รับสมัครหน้างาน

จุดรับสมัครหน้างานที่คิวเดินต่อได้ ไม่ติดเพราะพิมพ์ไม่ทัน

จุดรับสมัครหน้างานติดอยู่ที่ความเร็วในการพิมพ์ของคนหลังโต๊ะ ทั้งเลขบัตรสิบสามหลัก ชื่อไทยและอังกฤษ และวันเกิด ต้องอ่านจากบัตรแล้วพิมพ์ทีละตัว ขณะที่นักวิ่งยืนรออยู่ตรงหน้า

ที่แพงกว่าคิวยาวคือข้อมูลที่พิมพ์ผิด ชื่อตกไปตัวเดียวจะติดไปทั้งหน้าผล เกียรติบัตร และสลิปผล วันเกิดผิดปีเดียวก็ข้ามรุ่นอายุ งานตามแก้ตกอยู่กับคุณหลังงาน และการเพิ่มโต๊ะเพิ่มคนช่วยได้แค่เรื่องคิว

เมื่อนักวิ่งยื่นบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตแทนการพิมพ์ทีละช่อง คิวเดินเร็วขึ้นด้วยกำลังคนเท่าเดิม และข้อมูลตรงกับเอกสารจริงตั้งแต่ใบแรก

นำไปใช้ได้อย่างไรบ้าง

คิวสั้นลงโดยไม่ต้องเพิ่มโต๊ะเพิ่มคน

ขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดของการรับสมัครหน้างานคือการพิมพ์ข้อมูลจากบัตรทีละช่อง เมื่อขั้นตอนนั้นเหลือเพียงถ่ายรูปเดียว คิวก็สั้นลงทันทีด้วยจำนวนโต๊ะและกำลังคนเท่าเดิม จึงเป็นการเพิ่มความจุของจุดรับสมัคร โดยไม่เพิ่มค่าจ้างทีมงานและไม่ต้องหาพื้นที่ตั้งโต๊ะเพิ่ม

ใครมาช่วยก็ทำได้ ไม่ต้องคัดเฉพาะคนที่พิมพ์เร็ว

จุดรับสมัครไม่จำเป็นต้องสงวนไว้ให้ทีมงานที่พิมพ์คล่องอีกต่อไป อาสาสมัครที่เพิ่งมาถึงในเช้านั้นก็ดูแลได้ เพราะงานเปลี่ยนจากการพิมพ์เป็นการถ่ายรูปแล้วตรวจ ผู้จัดจึงจัดกำลังคนลงจุดได้ยืดหยุ่นขึ้น และใช้เวลาบรีฟหน้างานสั้นลง

ไม่มีงานตามแก้ผลการแข่งหลังงาน

ชื่อที่สะกดผิดจากโต๊ะรับสมัครจะไปปรากฏทั้งบนหน้าผลการแข่ง เกียรติบัตร และสลิปผล ทุกใบที่ผิดหมายถึงคำขอแก้ไขที่เข้ามาหลังงาน พร้อมกับการออกเอกสารใหม่ การอ่านชื่อจากบัตรโดยตรงจึงตัดต้นเหตุของกรณีเหล่านี้ไปตั้งแต่วันงาน

ไม่มีถ้วยที่มอบผิดคน

รุ่นอายุคำนวณจากวันเกิด หากกรอกผิดเพียงปีเดียว นักวิ่งก็ย้ายรุ่นและอาจขึ้นรับรางวัลแทนผู้ที่ควรได้ ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่แก้ย้อนหลังได้ยากที่สุดของงานวิ่ง เพราะเกิดขึ้นต่อหน้าผู้ชมไปแล้ว ส่วนวันเกิดที่อ่านจากบัตรจะไม่มีโอกาสสลับตำแหน่งตัวเลข

เลขบัตรที่ใช้ทำประกันถูกทุกใบ

งานที่ทำประกันอุบัติเหตุให้ผู้เข้าแข่งต้องส่งเลขบัตรประชาชนที่ถูกต้องให้บริษัทประกัน เลขที่ผิดเพียงหลักเดียวหมายถึงนักวิ่งที่ไม่มีความคุ้มครองในวันแข่ง โดยไม่มีใครทราบจนกว่าจะเกิดเหตุ ระบบจึงตรวจให้ก่อนว่าเลขจากบัตรไทยครบสิบสามหลักจริง

นักวิ่งต่างชาติไม่ทำให้คิวหยุด

ชื่อบนพาสปอร์ตเป็นชื่อที่พิมพ์ตามได้ยากที่สุด และมักทำให้ทั้งแถวต้องหยุดรอ เมื่ออ่านจากตัวเล่มโดยตรง คิวจึงเดินต่อได้ตามปกติ และชื่อบนผลการแข่งกับเกียรติบัตรก็ตรงกับเอกสารเดินทางของเจ้าตัว ไม่ใช่ตรงกับที่เจ้าหน้าที่คาดเดาว่าน่าจะสะกดเช่นนี้

ไม่มีกองสำเนาบัตรที่ผู้จัดต้องรับผิดชอบ

ภาพบัตรถูกใช้เพื่ออ่านข้อมูลเพียงครั้งเดียวแล้วไม่ได้เก็บไว้ จึงไม่มีทั้งกองสำเนาบนโต๊ะลงทะเบียน และแฟ้มภาพบัตรค้างอยู่ในระบบหลังงาน ซึ่งเป็นภาระการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลที่ตกอยู่กับผู้จัดในฐานะผู้เก็บข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

ต้องลงทุนอะไรเพิ่มหรือไม่

ไม่ต้องซื้อเครื่องอ่านบัตร และไม่ต้องติดตั้งแอป ใช้มือถือ แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊กที่มีกล้องซึ่งจุดรับสมัครใช้อยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ต้องเตรียมคืออินเทอร์เน็ตที่โต๊ะ เพราะการอ่านข้อมูลทำที่เซิร์ฟเวอร์ งานที่สัญญาณไม่แน่นอนจึงควรมีซิมสำรอง เพราะหากอินเทอร์เน็ตหลุด จุดนี้จะกลับไปพิมพ์เองเหมือนเดิม

มีการเก็บภาพบัตรของนักวิ่งไว้หรือไม่

ไม่เก็บ ภาพจะถูกส่งไปอ่านข้อความแล้วลบทิ้งทันที สิ่งที่บันทึกลงระบบคือข้อมูลที่กรอกในฟอร์มเท่านั้น ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่นักวิ่งกรอกเองตอนสมัครออนไลน์ แม้แต่ในบันทึกการใช้งานของระบบก็ไม่มีทั้งภาพ ชื่อ และวันเกิด ผู้จัดจึงไม่มีคลังภาพบัตรที่ต้องคอยดูแลและตามลบภายหลัง

ยังต้องมีเจ้าหน้าที่ตรวจก่อนบันทึกหรือไม่

ยังต้องมี และขอเรียนตรง ๆ ตั้งแต่ต้น ข้อมูลทุกอย่างที่อ่านมาจะขึ้นในช่องฟอร์มให้เห็นก่อนบันทึกเสมอ เจ้าหน้าที่จึงยังต้องตรวจเทียบกับบัตรที่ถืออยู่ แต่เป็นการตรวจทานซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที และผิดพลาดยากกว่าการพิมพ์เองมาก ส่วนช่องที่ไม่ได้อยู่บนบัตร ทั้งระยะที่สมัคร ขนาดเสื้อ เบอร์โทร และผู้ติดต่อฉุกเฉิน ยังกรอกเองตามปกติ

ใช้เอกสารประเภทใดได้บ้าง

บัตรประชาชนไทย ใบขับขี่ไทย พาสปอร์ตทุกประเทศ และบัตรประจำตัวของชาวต่างชาติ ช่องจังหวัดจะเติมให้เฉพาะบัตรประชาชนไทย เพราะเป็นเอกสารเดียวที่มีที่อยู่พิมพ์อยู่บนตัวบัตร

บัตรที่มีเฉพาะภาษาไทย จะได้ชื่ออังกฤษด้วยหรือไม่

ไม่ได้ และตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น ระบบอ่านเฉพาะตัวอักษรที่พิมพ์อยู่บนบัตรจริง ๆ ไม่ถอดเสียงชื่อไทยเป็นอังกฤษให้เอง เพราะชื่อเดียวสะกดได้หลายแบบ และมีโอกาสไม่ตรงกับพาสปอร์ตของเจ้าตัว ซึ่งจะกลายเป็นคำขอแก้เกียรติบัตรภายหลัง ช่องชื่ออังกฤษจึงเว้นว่างไว้ให้สอบถามเจ้าตัวโดยตรงแทน (ใบขับขี่ไทยส่วนใหญ่มีชื่ออังกฤษอยู่แล้ว)

ใช้กับผู้ที่สมัครออนไลน์มาแล้วได้หรือไม่

ยังใช้ไม่ได้ เพราะปุ่มสแกนจะขึ้นเฉพาะตอนเพิ่มนักวิ่งใหม่ที่หน้างาน ส่วนใบสมัครที่มีอยู่แล้วผูกกับการชำระเงินและเลขบิบ การเขียนทับทั้งชุดด้วยภาพเพียงภาพเดียวจึงมีความเสี่ยงมากกว่าเวลาที่ประหยัดได้ ข้อมูลของกลุ่มนี้จึงแก้ด้วยการพิมพ์ตามปกติ

หากนักวิ่งไม่สะดวกให้ถ่ายบัตร จะทำอย่างไร

แจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ตามปกติได้ ไม่ได้บังคับว่าทุกคนต้องผ่านการสแกน ทั้งนี้ทีมงานควรแจ้งให้ชัดเจนว่าถ่ายเพื่อกรอกฟอร์มและไม่ได้เก็บภาพไว้ ป้ายเล็ก ๆ ตั้งไว้ที่โต๊ะจะช่วยลดคำถามหน้างานได้มาก

บริการที่เกี่ยวข้อง