ให้คนทางบ้านได้เป็นส่วนหนึ่งของงานด้วย
ในวันแข่ง ผู้ที่ไม่ได้ลงวิ่งคือกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของงาน ทั้งครอบครัวที่มาส่ง เพื่อนที่มายืนรอตรงเส้นชัย และคนทางบ้านที่เปิดดูผลอยู่หน้าจอ ทุกท่านอยากมีส่วนร่วม แต่สิ่งที่ทำได้จริงมีเพียงยืนรอและกดไลก์
ฝั่งผู้จัดเองก็ต้องการให้บรรยากาศคึกคัก แต่วิธีที่มีอยู่ล้วนต้องใช้กำลังคน ทั้งพิธีกรที่ต้องพูดต่อเนื่องหลายชั่วโมง หรือทีมงานที่ต้องคอยอ่านคอมเมนต์จากเพจแล้วคัดมาอ่านออกไมค์
และเมื่อคิดจะเปิดให้ส่งข้อความขึ้นจอเอง คำถามแรกที่มักทำให้ล้มเลิกคือ หากมีผู้ส่งข้อความหยาบคาย โฆษณา หรือข้อความโจมตีกันขึ้นจอกลางงาน จะรับมืออย่างไร งานที่มีสปอนเซอร์และสื่ออยู่ในพื้นที่รับความเสี่ยงนั้นไม่ได้
และแม้จะยอมรับความเสี่ยงได้ ก็ยังต้องจัดคนมาคอยอ่านข้อความทั้งวัน ซึ่งเป็นกำลังคนที่ในวันแข่งแทบไม่เหลือ
สิ่งที่ขาดจึงไม่ใช่ช่องทางให้ส่งข้อความ แต่เป็นช่องทางที่ควบคุมได้ คือเปิดให้ทุกท่านส่งได้จากมือถือของตัวเอง โดยผู้จัดยังตัดสินใจได้ว่าข้อความใดจะขึ้นจอ และดึงลงได้ทันทีหากมีข้อผิดพลาด
สแกน QR ที่อยู่บนจอในงาน ส่วนคนทางบ้านเปิดจากลิงก์ที่ผู้จัดโพสต์ไว้ในเพจ หน้าส่งข้อความเปิดจากเบราว์เซอร์ได้ทันที ไม่ต้องติดตั้งแอปและไม่ต้องสมัครสมาชิก ผู้ที่มาร่วมเชียร์เพียงครั้งเดียวจึงส่งได้จริง โดยไม่มีขั้นตอนที่ทำให้ถอดใจ
เชียร์เจาะจงบุคคลได้ด้วยการค้นจากเลขบิบหรือชื่อ เลือกได้หลายคนในข้อความเดียวสำหรับกลุ่มที่มาด้วยกัน ส่วนผู้ที่ไม่ทราบเลขบิบ จะเลือกเชียร์ทุกคนในงานก็ได้ และหากนึกคำไม่ออก มีข้อความสำเร็จรูปให้เลือกทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
เลือกได้สามระดับ ตั้งแต่ให้ขึ้นจอทันที ให้ระบบคัดกรองอัตโนมัติภายในไม่กี่วินาที ไปจนถึงให้ผู้ดูแลอนุมัติทุกข้อความก่อนขึ้นจอ โดยค่าตั้งต้นคือระดับที่ปลอดภัยที่สุด และเปลี่ยนระหว่างงานได้ หากพบว่าเข้มงวดหรือผ่อนปรนเกินไป
ข้อความที่ผ่านการคัดกรองจะขึ้นจอในงานภายในไม่กี่วินาที เรียงข้อความล่าสุดไว้บนสุด พร้อมชื่อผู้ส่งและชื่อผู้ที่ถูกเชียร์ แล้วทยอยสลับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้จอนิ่ง ส่วนงานที่มีหลายจอ เลือกได้ว่าจอใดจะแสดงข้อความของระยะใด
หน้าจัดการรวมข้อความทั้งงานไว้ที่เดียว ค้นหาได้ และกรองตามสถานะหรือระยะได้ ข้อความที่ขึ้นจอไปแล้วแต่ไม่เหมาะสม ดึงลงได้ทันที ส่วนข้อความที่ต้องการให้เห็นซ้ำ ก็ส่งขึ้นจอใหม่ได้
พ่อแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด เพื่อนที่ติดภารกิจ หรือคนที่ลูกยังเล็กเกินกว่าจะพามาตั้งแต่เช้ามืด ส่งข้อความจากที่บ้านแล้วขึ้นจอในงานได้เช่นเดียวกับผู้ที่ยืนอยู่ตรงนั้น ซึ่งเป็นการมีส่วนร่วมที่งานวิ่งส่วนใหญ่ยังมอบให้คนกลุ่มนี้ไม่ได้
ข้อความที่ระบุชื่อและเลขบิบ ทำให้นักวิ่งเห็นชื่อตัวเองบนจอใหญ่พร้อมคำเชียร์จากผู้ที่ส่งมา เป็นช่วงเวลาที่หลายท่านหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเองโดยไม่ต้องร้องขอ และภาพที่ได้มีชื่องานติดไปด้วยทุกใบ
จอที่มีเพียงตารางผลจะน่าสนใจเฉพาะช่วงที่มีนักวิ่งเข้าเส้น ข้อความเชียร์ที่ไหลเข้ามาต่อเนื่องทำให้จอมีความเคลื่อนไหวตลอดงาน ผู้คนจึงหยุดยืนชมนานขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่ทำให้โลโก้สปอนเซอร์บนจอเดียวกันมีคนเห็นจริง ๆ
ลิงก์ส่งข้อความเปิดให้ใช้ก่อนวันแข่งได้ ผู้จัดจึงนำไปโพสต์เชิญชวนคนทางบ้านล่วงหน้าได้ว่าฝากข้อความถึงนักวิ่งได้แล้ววันนี้ เป็นคอนเทนต์ที่ดึงผู้ที่ไม่ได้สมัครวิ่งเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเป็นกลุ่มที่โพสต์ทั่วไปมักเข้าไม่ถึง
งานขนาดเล็กที่กองเชียร์รู้จักกันทั้งหมด เปิดให้ขึ้นจอทันทีได้ ส่วนงานที่มีสปอนเซอร์และสื่ออยู่ในพื้นที่ เลือกระดับที่ทุกข้อความต้องผ่านการตรวจของผู้ดูแลก่อน และเปลี่ยนระดับระหว่างงานได้หากสถานการณ์เปลี่ยน ผู้จัดจึงไม่ต้องเลือกระหว่างเปิดทั้งหมดกับไม่เปิดเลย
ระดับคัดกรองอัตโนมัติทำหน้าที่แทนการจัดคนมาอ่านทุกข้อความทั้งวัน ข้อความที่ไม่ผ่าน ระบบจะตอบกลับผู้ส่งทันทีพร้อมเหตุผล ให้แก้แล้วส่งใหม่ได้เอง ทีมงานจึงเพียงดูภาพรวมเป็นระยะ ไม่ต้องเฝ้าคิวตลอดเวลา
ทุกข้อความถูกเก็บไว้ให้ผู้จัดย้อนดูได้หลังงาน ทั้งจำนวนที่ส่งเข้ามาและเนื้อหาที่เขียนถึงนักวิ่ง จึงเป็นวัตถุดิบสำหรับโพสต์ขอบคุณหลังงาน และเป็นตัวเลขที่นำไปคุยกับสปอนเซอร์ในปีถัดไปได้
จำเป็นต้องมี เพราะข้อความจะไปแสดงบนจอแสดงผลสดของงาน ซึ่งเป็นจอชุดเดียวกับที่แสดงผลการแข่งและผู้ชนะ หากงานยังไม่มีจอชุดนี้ ก็ต้องเปิดใช้พร้อมกัน ส่วนงานที่มีทีมไลฟ์อยู่แล้ว ข้อความจะขึ้นบนเลเยอร์ที่วางทับภาพไลฟ์ได้ด้วย
ไม่ต้องทั้งสองอย่าง เปิดจากเบราว์เซอร์บนมือถือได้ทันที ผ่าน QR บนจอหรือลิงก์ที่ผู้จัดแชร์ไว้ จะใส่ชื่อผู้ส่งหรือไม่ก็ได้ หากไม่ใส่ จะแสดงบนจอเป็นผู้ส่งนิรนาม
เลือกได้สามระดับ ระดับแรกคือขึ้นจอทันทีโดยไม่คัดกรอง ระดับที่สองคือให้ระบบคัดกรองอัตโนมัติ ซึ่งตรวจจับคำหยาบ การโจมตีกัน โฆษณา รวมถึงเรื่องการเมืองและศาสนา แล้วปฏิเสธพร้อมแจ้งเหตุผลให้ผู้ส่งแก้ไขและส่งใหม่ได้ทันที และระดับที่สามคือให้ผู้ดูแลอนุมัติทีละข้อความก่อนขึ้นจอ โดยค่าตั้งต้นของทุกงานคือระดับที่สามซึ่งปลอดภัยที่สุด ทั้งนี้ไม่ว่าจะใช้ระดับใด ข้อความที่ขึ้นจอไปแล้วก็ดึงลงได้ตลอด
ข้อความที่ถูกปฏิเสธจะไม่หายไป แต่ถูกเก็บไว้พร้อมเหตุผลให้ผู้ดูแลเห็นในหน้าจัดการ หากตรวจแล้วไม่มีปัญหา ก็อนุมัติให้ขึ้นจอได้ทันที ผู้จัดจึงประเมินได้ด้วยว่าระบบเข้มงวดเกินไปหรือไม่ แล้วปรับระดับตามความเหมาะสม
ขึ้นอยู่กับระดับที่เลือก ระดับที่ให้ผู้ดูแลอนุมัติจำเป็นต้องมีคนคอยกดจริง หากไม่มีคนกด ข้อความจะค้างอยู่ในคิวและไม่ขึ้นจอ ส่วนอีกสองระดับไม่ต้องมีคนเฝ้า งานส่วนใหญ่จึงเลือกระดับคัดกรองอัตโนมัติ แล้วให้ทีมงานคอยดูภาพรวมเป็นระยะ
ข้อความยาวได้ 120 ตัวอักษร ใส่อีโมจิได้ ชื่อผู้ส่งยาวได้ 30 ตัวอักษร และเชียร์เจาะจงได้ไม่เกิน 20 คนต่อหนึ่งข้อความ ระบบจำกัดการส่งไว้ที่หนึ่งครั้งทุกสิบวินาที และสิบครั้งต่อห้านาที ส่วนความยาวที่จำกัดไว้ เป็นเพราะข้อความต้องอ่านออกจากระยะหลายเมตรบนจอที่แบ่งเป็นหลายช่อง หากยาวเกินไปตัวหนังสือจะเล็กจนอ่านไม่ออก
ค้นด้วยชื่อได้ ระบบจะแสดงเลขบิบให้เลือก หรือจะเลือกเชียร์ทุกคนในงานแทนก็ได้ ข้อความลักษณะนี้จะขึ้นจอโดยไม่ระบุผู้รับ เหมาะกับผู้ที่มาเชียร์ทั้งงานมากกว่าเชียร์บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ไม่ได้รับ เพราะระบบนี้ไม่ได้ส่งข้อความถึงตัวนักวิ่ง ไม่มีทั้ง SMS และการแจ้งเตือน ข้อความจะขึ้นบนจอในงานเท่านั้น ผู้ที่ไม่ได้ผ่านจอในช่วงที่ข้อความขึ้นจึงไม่เห็น ตำแหน่งที่ได้ผลที่สุดจึงเป็นจอที่ตั้งในโซนที่ผู้คนหยุดยืนอยู่แล้ว เช่น หลังเส้นชัยหรือโซนตรวจผล
จอแสดงพร้อมกันได้หลายช่อง และทยอยสลับข้อความใหม่เข้ามาต่อเนื่อง ในช่วงที่มีผู้ส่งถี่กว่าจังหวะสลับ ข้อความจะเข้าคิวรอแล้วขึ้นตามลำดับ จึงไม่หายไป แต่ก็ไม่ได้ค้างอยู่บนจอตลอด เพราะข้อความใหม่จะแทนที่ข้อความเดิมเมื่อช่องเต็ม
ยังใช้ไม่ได้ เพราะจอชุดนี้อ่านข้อมูลนักวิ่งและผลการแข่งจากระบบของรันลา การเชียร์เจาะจงรายบิบจึงต้องมีข้อมูลผู้เข้าแข่งอยู่ในระบบเดียวกัน